แท็กซี่โอเคเกลื่อนเมืองกว่า 1.3หมื่นคัน

กรมการขนส่งทางบก เผยมีแท็กซี่โอเคแล้วกว่า 13,000 คัน มียอดเรียกผ่านแอพฯ ผ่าน 1 เดือน ทะลุ 6 หมื่นครั้ง ยันรถแท็กซี่โอเคป้ายแดงห้ามวิ่ง เจอจับปรับ 1 พันบาท นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการแท็กซี่โอเค มีรถเข้าร่วมโครงการทั่วประเทศทั้งหมดกว่า 13,000 คัน แบ่งเป็นแท็กซี่จดทะเบียนใหม่ 3,000 คัน และภาคสมัครใจ กว่า10,000 คัน

จากเดิมที่มีภาคสมัครใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ 30,000 คัน ซึ่งอีก 20,000 คันอยู่ระหว่างการดำเนินการ ทั้งเรื่องรถและติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบตามที่กำหนดในโครงการแท็กซี่โอเค ประกอบด้วย การติดตั้งเครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถจีพีเอสแทร็กกิ้ง พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ มาตรค่าโดยสาร ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสารอย่างน้อย 1 จุด ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้และใช้งานสะดวก และกล้องบันทึกภาพภายในรถแบบ Snap Shot โดยอุปกรณ์ทั้งหมดต้องเชื่อมโยงและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ เพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการสื่อสารรถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) ของผู้ประกอบการทั้งที่เป็นนิติบุคคล สหกรณ์ ศูนย์วิทยุแท็กซี่ โดยคาดว่าภายในปีนี้จะมีแท็กซี่โอเครวมทั้งหมดประมาณ 30,000 คัน

ภายในปีนี้จะมีรถแท็กซี่หมดอายุการใช้งาน 10,000 คัน จากในระบบที่มีรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล120,000 คัน แต่วิ่งให้บริการจริง 70,000-80,000 คัน ส่วนกรณีที่รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าที่นำมาเป็นรถแท็กซี่ขาดตลาดนั้น ไม่กระทบกับการให้บริการแท็กซี่ เนื่องจากรถแท็กซี่มีการจดทะเบียนใหม่เรื่อยๆ สำหรับรถแท็กซี่ป้ายแดงที่ยังเห็นวิ่งให้บริการบนท้องถนนจำนวนมากนั้น ตามกฎหมายแล้วรถแท็กซี่สาธารณะต้องใช้ป้ายเหลืองและดำเนินการให้ถูกต้องก่อนนำออกมาวิ่งให้บริการ ดังนั้นตามหากประชาชนพบเห็นสามารถร้องเรียนมายังกรมฯ ได้ เพื่อจะดำเนินการกับแท็กซี่ที่กระทำผิด โดยมีโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท ฐานใช้รถไม่จดทะเบียน ส่วนกรณีเรียกใช้บริการแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นแท็กซี่โอเคได้รับความสนใจจากกลุ่มเยาวชนและนักธุรกิจอย่างดีเพราะเป็นทางเลือกใช้บริการที่สะดวกสบายขึ้น

ด้านศูนย์วิจัยนครอัจฉริยะ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่ปรึกษาโครงการแท็กซี่โอเคของ ขบ. แจ้งว่า ขณะนี้มีรถแท็กซี่จดทะเบียนใหม่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเค 2,591 คัน แบ่งเป็นแท็กซี่บุคคลธรรมดา 1,281 คัน และ แท็กซี่กลุ่มนิติบุคคล 1,310 คัน ส่วนกระแสการตอบรับในการเรียกใช้แท็กซี่โอเคผ่านแอพฯ ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.-ปัจจุบันมียอดผู้โดยสารเรียกผ่านแอพฯ แล้ว 60,000 ครั้ง ในภาพรวมผู้โดยสารยังไม่นิยมใช้บริการเรียกผ่านแอพฯ มากนัก เนื่องจากคนไทยยังคุ้นชินกับพฤติกรรมการโบกเรียกมากกว่า เพราะไม่ต้องการเสียเวลาในการรอและการเดินทางไปยังจุดหมาย และมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทั้งนี้ยังไม่พบข้อมูลการปฏิเสธผู้โดยสารจากการเรียกใช้บริการผ่านแอพฯ แต่ยังพบผู้โดยสารโดนแท็กซี่โอเคปฏิเสธอยู่บ้างในการโบกเรียก ทั้งนี้แท็กซี่โอเคที่ใช้มิเตอร์แบบออนไลน์ช่วยป้องกันให้ผู้โดยสารไม่ถูกโกงค่าโดยสาร เพราะจะส่งข้อมูลมายังศูนย์บริหารจัดการเดินรถแท็กซี่ตลอด ทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของรถแท็กซี่โอเคทุกคัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews